ในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทสำคัญในการทำงานและการใช้ชีวิตประจำวัน Microsoft Copilot กลายเป็นเครื่องมืออัจฉริยะที่หลายคนไว้วางใจ อย่างไรก็ตาม ล่าสุดมีการค้นพบช่องโหว่ความปลอดภัยระดับร้ายแรงที่ชื่อว่า “Reprompt” ซึ่งช่วยให้แฮกเกอร์สามารถขโมยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้ได้เพียงการคลิกลิงก์เพียงครั้งเดียว บทความนี้จะเจาะลึกกลไกการโจมตี และแนวทางปฏิบัติเพื่อปกป้องข้อมูลสำคัญของคุณให้ปลอดภัย
Reprompt คืออะไร? ทำไมถึงเป็นอันตรายต่อผู้ใช้ Copilot
Reprompt คือชื่อเรียกของเทคนิคการโจมตีแบบ Single-click Attack ที่ถูกค้นพบโดยทีมวิจัยจาก Varonis โดยมุ่งเป้าไปที่ผู้ใช้งาน Microsoft Copilot Personal (เวอร์ชันที่มาพร้อมกับ Windows และเบราว์เซอร์ Edge) ช่องโหว่นี้มีความน่ากลัวตรงที่ “ความเงียบ” เพราะมันสามารถทำงานได้โดยที่ผู้ใช้ไม่ทันสังเกตเห็นความผิดปกติใดๆ
กลไกหลักของการโจมตีนี้อาศัยสิ่งที่เรียกว่า Parameter-to-Prompt (P2P) Injection โดยแฮกเกอร์จะส่งอีเมลฟิชชิ่งที่มีลิงก์ URL ของ Copilot ของจริง (legitimate URL) แต่มีการเติมพารามิเตอร์ q ที่มีคำสั่งอันตรายซ่อนอยู่ เมื่อเหยื่อหลงเชื่อและคลิกลิงก์นั้น ระบบจะทำการรันคำสั่ง (Auto-execute) ในหน้าต่างแชททันทีโดยใช้สิทธิ์การเข้าถึง (Session) ของผู้ใช้ที่ล็อกอินค้างไว้
เจาะลึกเทคนิคการขโมยข้อมูลสุดแนบเนียน
เพื่อให้สามารถข้ามระบบป้องกัน (Safeguards) ของ Microsoft ที่ออกแบบมาเพื่อบล็อกการรั่วไหลของข้อมูล แฮกเกอร์ได้พัฒนาเทคนิคการโจมตีออกเป็น 3 รูปแบบหลัก ดังนี้:
- Parameter-to-Prompt (P2P)
แฮกเกอร์จะใช้พารามิเตอร์ใน URL เพื่อ “ป้อนคำสั่งล่วงหน้า” ให้กับ AI ตัวอย่างเช่น การสั่งให้ AI สรุปประวัติการแชทล่าสุด หรือดึงข้อมูลไฟล์ที่เพิ่งเปิดดู ความน่ากลัวคือคำสั่งนี้จะเริ่มทำงานทันทีที่หน้าเว็บโหลดเสร็จ
- Double-Request (การร้องขอซ้ำ)
โดยปกติแล้ว Copilot จะมีระบบตรวจจับคำสั่งที่เป็นอันตรายในการร้องขอครั้งแรก แต่แฮกเกอร์แก้เกมด้วยการสั่งให้ AI “เรียกใช้ฟังก์ชันเดิมสองครั้ง” หรือ “ตรวจสอบซ้ำอีกรอบ” ซึ่งระบบป้องกันมักจะปล่อยผ่านในการพยายามครั้งที่สอง ทำให้ข้อมูลลับ เช่น รหัสผ่าน หรือเลขบัญชีที่ซ่อนอยู่ในแชทหลุดออกมาได้
- Chain-Request (การเชื่อมโยงคำสั่ง)
นี่คือเทคนิคที่ซับซ้อนที่สุด โดยแฮกเกอร์จะเขียนคำสั่งให้ AI สร้างชุดคำถามต่อเนื่องกันไปเรื่อยๆ เช่น เริ่มจากถามชื่อผู้ใช้ -> ถามตำแหน่งที่ตั้ง -> ถามหาไฟล์สำคัญ -> แล้วค่อยๆ ส่งข้อมูลเหล่านั้นกลับไปยังเซิร์ฟเวอร์ของแฮกเกอร์ทีละนิด ทำให้ระบบตรวจจับความผิดปกติได้ยากมาก
ข้อมูลอะไรบ้างที่เสี่ยงต่อการถูกขโมย?
เนื่องจาก Copilot Personal ถูกผูกติดกับระบบนิเวศของ Microsoft ข้อมูลที่แฮกเกอร์สามารถเข้าถึงได้จึงมีความครอบคลุมและละเอียดอ่อนอย่างยิ่ง ได้แก่:
- ข้อมูลระบุตัวตน: ชื่อผู้ใช้, ที่อยู่อีเมล และตำแหน่งที่ตั้งปัจจุบัน (Geolocation)
- ประวัติการทำงาน: รายชื่อไฟล์ที่เพิ่งเปิด (Recent files), แผนการเดินทาง และประวัติการสนทนาในอดีต
- ข้อมูลส่วนตัวระดับลึก: แผนการเงิน, บันทึกทางการแพทย์ หรือรหัสผ่านที่เคยพิมพ์ทิ้งไว้ในแชท
ใครบ้างที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง?
ช่องโหว่นี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ใช้ Copilot Personal สำหรับบุคคลทั่วไป อย่างไรก็ตาม สำหรับองค์กรที่ใช้ Microsoft 365 Copilot (เวอร์ชันธุรกิจ) จะได้รับผลกระทบที่น้อยกว่า เนื่องจากมีระบบ Purview auditing และ DLP (Data Loss Prevention) ที่เข้มงวดกว่า รวมถึงมีการควบคุมจากผู้ดูแลระบบ (Admin Controls) ที่ช่วยสกัดกั้นพฤติกรรมผิดปกติได้
สรุปแนวทางป้องกันและวิธีแก้ไข (Update มกราคม 2026)
ข่าวดีคือ Microsoft ได้รับทราบปัญหาและดำเนินการแก้ไขเรียบร้อยแล้วผ่านการอัปเดตความปลอดภัย Patch Tuesday เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2026 ที่ผ่านมา สำหรับผู้ใช้งานทั่วไปและองค์กร ควรปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้เพื่อความปลอดภัยสูงสุด:
- อัปเดต Windows ทันที: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณได้รับการอัปเดตแพตช์ล่าสุด เพื่อปิดช่องโหว่การโจมตีผ่าน URL พารามิเตอร์
- ระมัดระวังลิงก์แปลกหน้า: อย่าคลิกลิงก์ที่อ้างว่าเป็นคำสั่ง Copilot หรือลิงก์จากอีเมลที่ไม่รู้จัก แม้ URL จะดูเหมือนของจริงก็ตาม
- สังเกตพฤติกรรม AI: หากคุณคลิกลิงก์แล้วพบว่าหน้าต่าง Copilot พิมพ์ข้อความเอง หรือพยายามขอเข้าถึงข้อมูลที่คุณไม่ได้สั่ง ให้รีบปิดหน้าต่างนั้นทันทีและตรวจสอบความปลอดภัยของบัญชี
- ใช้ระบบ MFA: การเปิดใช้งาน Multi-Factor Authentication (MFA) จะช่วยลดความเสี่ยงได้ในระดับหนึ่งจากการถูกแย่งชิงสิทธิ์ในเซสชัน
บทสรุป
กรณีของช่องโหว่ Reprompt เป็นบทเรียนสำคัญที่ย้ำเตือนว่า แม้แต่เทคโนโลยี AI ที่ล้ำสมัยที่สุดก็ยังมีจุดอ่อน โดยเฉพาะการรับข้อมูลผ่าน URL (Input Validation) สำหรับผู้ใช้งาน การตระหนักรู้และหมั่นอัปเดตซอฟต์แวร์อย่างสม่ำเสมอคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดในโลกไซเบอร์ปัจจุบัน
อ้างอิงจาก:https://www.varonis.com/blog/reprompt



